Menu

Articles
 All Stories
 ตุ๊ โต้รุ่ง Stories
 โอ้แม่ยาย..XXX

Search: 

Print ไปเที่ยวเกาะช้างมาครับ


ไปเที่ยวเกาะช้างมาครับ
Date Added: 12/25/2008
Updated: 20081225141605
Posted by:
 ตุ๊ โต้รุ่ง
 dr_tuk007yahoo.com

Viewed: 40003 times
Comments: 2
Votes: 1
Rating: 10



วันที่ 9 พฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมาผมก็ได้มีโอกาศขับรถไปเที่ยวเกาะช้างโดยใช้เส้นทางเข้ า อ.บ้านบึง ผ่าน อ.หนองใหญ่ ผ่านอ.วังจันทร์ โดยมี gps นำทางเล่นพาลัดเข้าหมู่บ้านไหนต่อไหนจนจำไม่ได้ทั้งทางดำและทาง ลูกรังแล้วก็มาโพล่แยกเขาดินจากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3 เดินทางไปเที่ยววัดเขาสุกิมต่อ ระหว่างทางฝนตกมาตลอดทางใช้ความเร็วแค่ 80 ย่องไปเรื่อยๆ เมื่อเที่ยววัดไหว้พระเป็นที่เรียบร้อยก้เดินทางต่อไปจังหวัดตร าดแวะซื้อของกินน้ำดื่มที่ปั้มข้างทาง จากนั้นเดินทางมุ่งหน้าสู่ท่าเรื่อไปเกาะช้างโดยใช้บริการท่าเร ื่อที่อ่าวธรรมชาติ



ที่ท่าเรื่ออ่าวธรรมชาติค่อนข้างได้รับความนิยมมากเพราะใช้เวลา ในการข้ามไปยั้งเกาะช้างเพียง 20 นาที ค่าโดยสารรถเก๋ง 100 บาท/คัน และผู้โดยสาร 60 บาท/คน ต่อเที่ยวโดยมีเรื่อออกทุกครึ่งชั่วโมง



พอประมาณ 4 โมงเย็นผมก็มาถึงเกาะช้างฝนตกพอสมครวจากนั้นก็ขึ้นจากแพขนานยนต ร์เดินทางไปยั้งหากไก่แบ้ เส้นทางต้องขับรถขึ้นเขาสูงและชั่นพอสมครวมีโค้งหักไปมาพอสมครว ต้องค่อยระวังเป็นระยะ มีสองแถวและรถตู้จากท่าเรื่อไว้ค่อยบริการแต่ไม่ได้ถามราคามาคร ับ เกาะช้างตอนนี้เจริญขึ้นกว่าแต่ก่อนมากมายโดยเฉพาะตรงหาดทรายขา วมีที่พักหรูๆร้านอาหาร ธนาคาร ร้านค้าเกิดขึ้นมากมายผิดจากแต่ก่อนเมื่อ 4 ปีที่แล้ว



จากนั้นผมก็ได้ขับรถไปทางหาดไก่แบ้ ตรงวัดคลองพร้าวเพื่อจะเข้าพักที่"บาราลีรีสอทต์" เข้าซอยไป 200 เมตรด้านซ้ายมื่อเป็นที่พักที่พึงจะเปิดได้เพียง 4 ปี เงียบสงบไม่มีใครรบกวนเพราะทางเข้าลึกลับมากเหมาะสำหรับแอบพาใค รมาพักผ่อน



รูปทรงภายนอกเหมื่อนบ้านทรงบาหลีแปลกหใม่ทันสมัยดูน่าพักผ่อนดี แท้



มีสระว่ายน้ำอยู่ริมทะเลไว้ค่อยให้สอนน้องๆหัดว่ายน้ำเล่น..ส่ว นตัวดี



ข้างสระว่ายน้ำมีร้านอาหารอยู่ริมทะเลไว้นั้งมองวิวิสวยๆๆ จิ๊บเบียร์เย็นๆ



ภายในห้องพักตกแต่งดูแปลกตา กว้างขว้าง น่านอนเป็นอย่างมาก



ห้องน้ำตกแต่งโดยไม่มีหลังคาเพียงแต่ใช้ต้นไม้บดบังแทนเท่านั้น   อ่างอาบน้ำต้องเดินลงไปข้างล่างพื้นทางเดิน ไม่ต้องก้าวขาให้เมื่อยเสียเวลา



เมื่ออาบน้ำนอนหลับไปซักพักมีฝนตกปร่อยๆก้เริ่มหิวเลยขับรถไปหา ข้าวเย็นในตอนมืดร้านอาหารแถวๆหาดบางเบ้านั้นทานกัน ราคาไม่แพง มีปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว ปูผัดผงกระหรี กุ้งผัดกระเทียมพริกไท ลีโออีก 1 ขวด ช่วงนี้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมีเพราะเข้าหน้าฝนเร็วกว่ าปกติและเป็นวันธรรดา จากนั้น 2 ทุ่มก็ขับรถกลับที่พักนอนดีกว่าเพราะหมดแรงกับการขับรถมาตลอดวั นแล้ว...



เช้าวันใหม่ก็เริ่มขึ้นอากาศสดใสเย็นสบายๆกำลังดี(ในรูปเค้าเรี กยกว่ากล้ยวอะไรใครทราบบ้าง)



จากนั้นก็อาบน้ำปะแป้งทานอาหารที่ทางรีสอทต์จัดเตรียมไว้ให้



จากนั้นก็ออกเดินทางเที่ยวต่อโดยขับไปทางใต้เส้นทางมีโค้งหักศอ กอยู่หลายจุดซ้ายผาขวาทะเล



ระหว่างทางจะมีจุดชมวิวของการท่องเที่ยวตั้งอยู่มีห้องน้ำไว้บร ิการ เส้นทางตั้งแต่ตรงนี้ลงไปท้ายเกาะเริ่มสูงและชั่นหักศอกอยู่หลา ยจุด เส้นทางจะไปสุดแค่บ้านโรงถ่าน จากนั้นจะมีรีสอตท์ขนาดใหญ่ (แกรนด์รากูน่า)สุดทางตั้วอยู่พอดี



เกาะนมหนู เกาะยอดฮิตของบรรดาหนุ่มโสดมีโอกาศลองแวะไปเที่ยวชมกันดูได้น่ะ



ระหว่างทางเห็นรถแลนด์คล้ายๆน้อง Yam แอบมาทำอะไรแถวนี้ เลยแวะเข้าไปดูใกล้ๆ



จากนั้นก็ได้ย้ายที่พักจาก "บาราลี" มาที่ "โคโคนัทบิช" อยู่ริมถนนพอดีเลยหาดทรายขาวมา 3-4 กิโล ติดถนนใหญ่ ปรับปรุงใหม่ดูแปลกตาไปมาก



สถานที่ใหญ่กว่าเดิมและดูดีขึ้นมาแต่ก่อน หลังคาทรงแบบนี้น่ารักดีน่ะ..



บรรยากาศที่โคโคนัทบีช แบ่งได้อย่างลงตัวและน่าพักผ่อนมาก



บรรยากาศยามเย็นริมหาดทรายขาวหน้า "โคโคนัทบิช" ในวันนั้นมีนักท่องเที่ยวน้อยมากเราะเป็นวันธรรดาและฝนตกเร็วกว ่าปกติ ชายหาดจึงดูเงียบๆส่วนตัวดีมาก



หาดทราบขาวเป็นหาดที่นักท่องเที่ยวมักจะนิยมไปเที่ยวมากที่สุดบ นเกาะช้างเพราะเป็นหาดทรายที่โค้งยาว เม็ดทรายขาวสะอาด



ตามหน้ารีสอตร์มักจะมีร้านอาหารหลากหลายสไตลหลากหลายรูปแบบ อหารทะเลสดราคามีตั้งแต่ 5 ดาวจนถึ่งไร้ดาวให้พิจรณาเลือกดู



ตกเย็นก็ผมนั้งทานข้าวกันริมหาดฟั้งเสียงเกลี้ยวคลื่นได้ซักพัก ยุงเริ่มมาเลยต้องขอตัวเข้าห้องเปิดแอร์นอนดูเคเบิลทีวีดีกว่า



เช้าของวันที่ 11 พ.ค 2550 ก็เริ่มขึ้นฝนตกแต่เช้ามืดอากาศกำลังสบายๆมีหมอกตามยอดเขาบ้างเ ล็กน้อย ชายหาดมีคลื่นเบาๆ อากาศสดใสกำลังดี



มีเรื่อประมงจอดนอนริมทะเลอยู่ 3-4 ลำ พอซัก 8 โมงเช้าผมก็รีบทานอาหารเช้าที่ทางรีสอทร์เตรียมไว้ให้แล้วเก็บก ระเป๋าเพื่อที่จะไปท่าเรื่อที่ข้ามฝาก



ประมาณ 9 โมงครึ่งผมก็มาถึงที่ท่าเรื่อเฟอร์รีระหว่างทางฝนตกเยอะพอสมครว ต้องค่อยๆย่องมาแบบช้าๆที่ปัดน้ำฝนด้านซ้ายเสียไปหนึ่งข้าง ที่ท่าเรื่อวันนั้นมีรถนักท่องเที่ยวข้ามมาเที่ยวเยอะเหมื่อนกั น ใช้เวลาข้ามไปยั้งฝั่ง 20 นาทีค่ารถคันนล่ะ 100 บาท



จากนั้นก็ขับรถเลาะมาตามริมทะเลตามที่ GPS นำทางมาเพื่อไปแหลมงอบท่าเรื่ออันเก่าแก่ที่จะข้ามไปเกาะช้างใน อดีตมามากราบกรมหลวงชุมพร จากนั้นก็ได้เติมน้ำมันดีเซลเต็มถัง 960 บาท จำนวน 38.78 ลิตร ราคาลิตรล่ะ 24.75 ระยะทางจากกรุงเทพที่ท่องเที่ยวมา 444.42 กิโลแล้ว



จากนั้นก็รีบมุงหน้าเดินทางไปท่องเที่ยว อ.คลองใหญ่ บ้านหาดเล็กระยะทางอีกเกือบ 80 กิโล ถนนแถวนี้เป็นทางรถส่วนไม่มีเกาะกลางและไฟส่องสว่างในตอนกลางคื ่นเท่าที่ครว ยิ่งใกล้ชายแดนจะมีด่านตรวจของทหารและตำรวจ 3-4 ด่าน
บ้านหาดเล็ก เป็นหมู่บ้านสุดชายแดนติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา อยู่ปลายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 318 เมื่อสงครามในกัมพูชาสิ้นสุดลงราวปี พ.ศ.2529 ตลาดแห่งนี้นับเป็นแหล่งรับซื้อพืชพันธุ์ธัญญาหารของชาวกัมพูชา เพื่อไปขายต่อที่เกาะกง และยังมีสินค้าราคาถูกมาจากประเทศกัมพูชามาจำหน่าย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า แว่นตา น้ำหอม เป็นต้น จากจุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยรถ   แท๊กซี่จากชายแดนบริเวณบ้านหาดเล็กฝั่งประเทศกัมพูชาเพื่อที่จะ ไปเกาะกงได้
 




ผมมาถึงชายแดนประมาณ 3 โมงเย็นขับมาเรื่อยๆไม่เร็วมากที่นี้เป็นด่านเล็กๆไม่ค่อยมีนัก ท่องเที่ยวมากนักจะเป็นพ่อค้าพื้นที่ของคนไทยและเขมรมาแลกเปลีย นซื้อของกันไปมา การข้ามแดนต้องใช้พลาสปรอตหรือใบข้ามแดนสำหรับคนท่องถิ่น หาดบ้านเล็ก เป็นหมู่บ้านชายแดน ที่อยู่สุดปลาย ของทางหลวงหมายเลข 318 ห่างจากตัวเมืองประมาณ 89กิโลเมตร จากจุดนี้ จะมองเห็นทัศนียภาพ ชายทะเล ของกัมพูชา ซึ่งเป็นส่วนที่ มีพื้นที่ติดต่อกับไทย โดยมี "หลักเขต 73" เป็นเครื่องหมายบอกเขตแดน จากหาดบ้านเล็ก นักท่องเที่ยว สามารถเช่าเรือ ไปยังเกาะกง ของกัมพูชา โดยใช้เวลาเดินทาง 30 นาที ที่เกาะกง มีสินค้าเขมร เวียดนาม และสินค้าจากสิงคโปร์จำหน่าย





บริเวณริมชายแดนฝั่งไทยมักจะมีสินค้าจากเมื่องจีนและเวียดนามปร ะเภพของกินและของใช้เข้ามาขายอยู่มากมาย คุณภาพอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ราคาก็ถูกตามคุณภาพ



ในรูปเม็ดอะไรใครรู้บ้าง



ร้านค้าริมชายแดนมีอยู่น่าจะไปเกิน 20 ร้านได้ สินค้าพวกนาฬิกา แว่นตา น้ำหอมมีให้เลื่อกอยู่เช่นกัน



เรื่อหาปลาของคนไทยแต่แรงงานเป็นคนเขมรบริเวณริมด่านชายแดน



คาสิโนในเขตแดนเขมรมักจะมีนักท่องเทียวคนไทยเข้าไปเสียงโชคเสมอ ๆๆ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการเดินทางข้ามไปกัมพูชาควรนำ บัตรประชาชน หนังสือเดินทางและวีซ่า ติดตัวไปด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเดินทางได้ที่ จุดตรวจชายแดนบ้านหาดเล็ก โทร.039-588084



ซักพักมีชาวเขมรมาก้มๆมุดๆดูใต้ท้องรถผมไม่รู้ว่ามาดีหรือมาร้า ย จะขนไปขายข้ามแดนหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมก็เลยต้องรีบไปที่รถแล้วออกเดินทางกลับกันดีกว่า 4 โมงเย็นเข้าไปแล้วยั้งหาที่พักไม่ได้เลย



ขากลับออกมาจากชายแดนประมาณ 7-8 กิโลด้านขวามือจะมีจุดเขตแดนที่แคบที่สุดโดยมีสั้นเขาเขตแบ่งแด นมีป้ายบอกอยู่ข้างทาง ผมเลยขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกซักหน่อย บริเวณบ้านหาดเล็กตามริมทะเลมีชาวบ้านเลี้ยงปลาและกุ้งกันอยู่ห ลายแห่ง แถวนี้จะขึ้นชื่อเรื่อง" ปูนิ่ม" แต่ผมไม่ได้แวะทานเนื้องจากเวลาจำกัดมาก รถก็วิ่งเร็วไม่ได้แค่ 80 เอง เลยไปดีกว่า



คื่นนี้ผมกะว่าจะนอนที่หาดบานชื่น ต้องวิ่งย้อนกลับลงไปอีกประมาณ 20 กิโลน่าจะได้



หลังจากนั้นผมก็ได้ขับรถย้อนลงมาตามทางหลวงหมายเลข318โดบมีGPS นำทางมาเลี้ยวลัดเลาะไปตามเส้นทางร.พ.ช จนมาเจอหาดบานชื่น แถวนั้นไม่ค่อยมีบ้านเรื่อนของผู้คนเท่าไรนักดูวังเวงหวิวยั้งไ งบอกไม่ถูก



เมื่อมาเจอหาดบานชื่นจะมีถนนปูนเลียบริมหาดเหมื่อนบางแสนยาวไปจ นสุดหาด



จะมีร้านอาหารทะเลแบบชาวบ้านชื่อร้าน"สุดหาด"รสชาดเยียมราคาไม่ แพงแนะนำ"ปูนิ่มผัดผงกระหรี หมึกไข่นึ่งมะนาว ปลากระพงสามรส" ตอนนั้นมีลูกค้าประมาณ 2-3 ราย แถวนี้เงียบสงบน่าพักผ่อนจริงๆ



หาดบานชื่นเป็นหาดที่ขึ้นชื่อของจังหวัดตราดมีเม็ดทรายที่ขาวละ เอียด วันธรรมดาเเทบไม่ค่อยมีผู้คนมาท่องเที่ยวเลย จะมีก็ช่วงเทศกาลจะคึกคักพอสมครว



คนแถวนั้นมักจะเลี้ยงหมาไว้เป็นเพื่อนเฝ้าบ้าน มันมักจะวิ่งออกมารับแขกแปลกหน้าเสมอๆ



ร้านอาหารสภาพแบบเรียบง่าย โรเมนติก นั้งรับลมจิบเบียร์เย็นๆกับแกล้มรสชาดเยียมยอดได้สบายจนไม่อยาก กลับ



หาดบานชื่นยั้งคงความเป็นธรรมชาติอยู่เยอะพอสมครว ไม่มีบาร์ ร้านเหล้า แสงสีเสียง ท่านใดชอบท่องเทียวแบบเงียบสงบปลีกวิเวกเชิญได้น่ะครับ



เมื่อทานข้าวอร่อยเป็นที่เรียบร้อนผมก็ได้ขับรถมาจองบ้านพักแถว นั้นชือ"บานชื่นรีสอร์ท"ราคาหลังล่ะ 1000 บาท มีแอร์ ทีวี ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น อาหารเช้า สภาพบ้านเป็นบ้านใหม่ วันนั้นมีผมเป็นลูกค้ารายเดียวของรีสอร์ทแห่งนี้



คื่นนั้นไม่มีที่เทียวที่ไหนเลยปิดไฟนอนเปิอแอร์ดูทีวี พอประมาณ 5 ทุ่มมีฝนตกหนักพอสมครว พายุแรงมากเสียงคลื่นกระทบฝั่งอยู่หลายชั่วโมง



แล้วเข้าวันใหม่ก็เริ่มขึ้นมีหมอกลงในตอนเช้า อากาศเย็นสบายๆ มีเสียงนกร้องเป็นระยะๆ



ร้านอาหารที่พึ่งสร้างใหม่ ยั้งไม่ค่อยคึกคัก เพราะไม่ใช้ฤดูท่องเทียว



ลูกอะไรใครรู้บ้าง ผมเห็นปลูกอยู่ค้างบ้านพัก แปลกดีน่ะ



แล้วอันนี้ล่ะดอกอะไร ใครเคยเห็นบ้าง



ชาวประมงแถวนั้นเริ่มออกจับปลาแบบง่ายๆกันแต่เช้า อากาศแจ่มใสตั้งแต่เช้า



ฝนตกได้ล้างรถผมตลอดคื่น เกลี้ยงซะไม่มี ก่อนอื่นผมก็ทำการเปิดฝากระโปรงเช๊คน้ำมันเครื่อง ระดับหม้อน้ำ กรองอากาศ ลมยาง ปกติทุกอย่าง น้ำมันยั้งเหลื่อประมาณครึ่งถัง จากนั้นก็ได้ทานอารหารเช้า แล้วก็เช๊คเอ๊าออกเดินทางไปเที่ยวระยองกันต่อดีกว่า ตอนนั้นประมาณ 8 โมงครึ่ง



ผมได้ให้GPSนำทางไปเที่ยว"อ่าวคุ่งกระเบน"จันทบุรี ผมใช้ความเร็วประมาณ 80-90 ไปแบบเรื่อยๆไม่รีบเพราะฝนตกตลอดทาง ผ่านมาทางจังหวัดตราดตามทางหลวงหมายเลข 3 ช่วงเขาสมิงมีชาวสวนอาเงาะ ทุเรียน มาจอดขายให้พ่อค้าคนกลางกันตลอดทาง ผมเลยซื้อติดรถมาบ้างนิดหน่อย ชาวสวนแถวนั้นเล่าให้ฟั้งว่าปีนี้เงาะราคาถูกมาก จากสวนราคากิโลล่ะ 3-4 บาทเอง ทุเรียนหมอนทองราคาประมาณ 7-10 บาทไม่รู้จะไปพึงใคร จากนั้นเจ้า GPS ตัวดีพาผมไปไหนต่อไหนก็ไม่รู้ผ่านนากุ้ง สวนยางพารา จนไม่ร้ตัวเองอยู่ตรงไหนของจันทบุรี



แล้วผมก็มาถึง อ่าวคุ่งกระเบน ถ้าดูบนแผนที่ของ GPS จะเห็นว่าเป็นแหลมได้ยื่นออกไปมีทะเลล้อมรอบที่ปลายแลมนิดเดียว แถวนั้นมักจะมีป่าชายเลนมีต้นโกงกางขึ้นตามริมหาด



ที่นี้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติทางนิเวศวิทยาที่ค่อนข้างสมบรูณ์อ ีกแห่งของจันทบุรี



มีเส้นทางให้เดินท่องเที่ยวชมธรรมชาติไปลัดเลาะตามปาโกงกาง มีป้ายชื่อพันธุไม้ต่างติดอยู่ที่ลำต้น ครวจะมาในตอนเย็นๆ เพราะกลางวันแดดร้อนพอสมครวน่ะครับ



เจอน้องปูด้วย จากนั้นบ่ายกว่าผมต้องขอตัวเดินทางต่อไปค้างแรมอีก 1 คื่นที่ระยอง "นอนที่หาดไหนดีหว่า" ก็เลยสุ่มเปิดหาที่พักใน GPS นำทางไปที่หาดแม่รำพึง เล่นพาผมไปทางลัดอีกแล้ว เลี้ยวไปเลี้ยวมาจนมึนไปหมดจนมาโพล่ที่แยกเขาดินแวะกินเย็นตาโฟ ทะเลริมถนนสุขุมวิท(ทางหลวงหมายเลข 3 )รองท้องก่อนดีกว่า ตอนนั้นบ่าย 3 เข้าไปแล้ว จากนั้นก็ได้ขับรถไปเรื่อยๆ แถวระยองมีเพื่อนใช้แลนด์ซีรีย์อยู่เยอะเหมือนกัน เจอ 5 ประตูช่วงยาวกำลังลากรถแม๊คโคร PC 60 น่าจะได้บีบแตรให้ ถ่ายรูปไว้ไม่ทันเสียดายมาก



เย็นวันนั้นผมก็ได้เข้าพักที่ "ระยองบิชรีสอร์ท" ราคาห้องพัก 800 บาท สภาพห้องก็โอเคเอาแค่นอนก็พอ



วันนนั้นคุณ แลนด์บ้านแลง ได้มารับผมไปทานข้าวถึงที่พัก พาไปทานอาหารริมทะเลที่หาดแม่รำพึ่งอร่อยสุดเหวียง  ส่วนพี่กรูปรีต้องพาลูกชายสุดที่รักไปมอบตัวในวันเปิดเทอมที่โร งเรียนในกรุงเทพเลยไม่ได้พบกัน



รถของคุณแลนด์บ้านแลง ข้างใน TD 27 ทั้งชุดเลยน่ะครับ เจอแถวระยองทักทายกันได้



หาดแม่รำพึงในยามเย็นมักมีนักท่องเที่ยวพาครอบครัวมาเล่นน้ำทาน อาหารริมทะเล เสาร์อาทิตย์ผู้คนจะคึกคักกว่าวันธรรมดา เมื่อได้เวลาประมาณ 3 ทุ่มคุณแลนด์บ้านแลงเลี้ยงข้าวผมซะอิ่มพุ่งกางก็เลยต้องขอตัวแย กย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ผมต้องเดินทางกลับกรุงเทพแล้ว ขอบคุณมากน่ะครับ



เช้าวันที่ 13 พฤษภาคม  2550 ก็เริ่มขึ้นวันนี้ผมตื่นสายหน่อยเพราะหมดแรงกับการข ับรถท่องเที่ยวมาหลายวัน อากาศตอนเช้าสบายๆไม่เย็นไม่ร้อน บริเวณหาดตอนเช้าเงียบม นักท่องเที่ยวมาเดินเล่นกันไม่กีคน



คู่รักหนุ่มสาวหวานแว่ว มานั่งริมทะเลรับลมกันแต่เช้า อิจฉาจั่ง



จากนั้นเวลาประมาณ 9 โมงเช้าผมได้เก็บกระเป๋าออกจากที่พักไปเที่ยวสวนหินริมหาดแม่รำ พึงถ่ายรูปนิดหน่อย อากาศเริ่มร้อนจนแสบผิว แล้วก็ได้โทรหาคุณแลนด์บ้านแลงขอตัวกลับกรุงเทพก่อนน่ะ



ผมใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 36 จากนั้นเจ้า GPS ก็นำทางผมเข้าซอยเล็กซอยน้อยทั้งทางราดยางทางลูกรังผ่านไร่อ้อย สวนยางหมู่บ้านต่างๆกระเด้งกระดอนจนรถแทบจะหลุดเป็นชิ้นๆ



แล้วก็มาแวะเติมน้ำมันที่"หัวกญแจ"ในเขตอ.บ้านบึง ชลบุรี เติมน้ำมันดีเซลเต็มถังจำนวน 935 บาท จำนวน 36.86 ลิตรราคาลิตรล่ะ 25.36 บาทกับระยะการเดินทางที่ผ่านมา 940.3 กิโลตั้งแต่ออกจากบ้านที่กรุงเทพ จากนั้นก็ใช้ถนนมอร์เตอร์เวย์วิ่งกลับกรุงเทพโดยสวัสดีภาพ ก่อนเข้าบ้านแวะเติมน้ำมันแถวสุทธิสารให้เต็มถังอีกเป็นเงิน 224 บาทจำนวน 9.17 ลิตร ราคาลิตรล่ะ 24.44 บาท



รวมระยะทางในการเดินทาง          1,062    กิโลเมตร

จำนวนค่าน้ำมัน                     2,119    บาท

จำนวนน้ำมัน                        84.81    ลิตร

อัตราบริโภค                        12.52     ก.ม/ลิตร

จำนวนเงิน                           1.9       บาท/ก.ม

ส่วนแก๊ซ LPG ไม่ได้จดสถิติไว้ครับ



 

สุดท้ายนี้หากหนีไปเที่ยวไหนมาอีกจะเก็บภาพสวยๆมาฝากเพื่อนๆอีก น่ะะ...บ๊ายบ้ายไปก่อนน่ะ จุ๊บๆๆๆ


CommentAdd Comment/Rating
Comments:  
 By: Nazz On 1/11/2009
เรทติ้งกระฉูดดดดดดดดดดดค๊าบบบ..........

 By: ตุ๊ โต้รุ่ง On 4/13/2009
รู้ได้ไงว่าเรตติ่งกระฉูดน้องนัท



Other Articles by this Author

Back

Random Articles

 S3 กระบะช่วงสั้น
(Hits: 14192)

S3 กระบะช่วงสั้น
read more...

 มาดูปลุกผีแลนด์ซีรีย์กัน
(Hits: 5823)

จากซากรถเก่ากลายมาเป็นแลนด์ซีรีย์สวยๆขั่นเทพ เค้าทำกันอย่างไรเข้าไปชมได้ครับ
read more...

 ซีรีย์ 1 สวยๆมาให้ชม
(Hits: 7743)

แลนด์ซีรีย์1 คันนี้ได้ทำการชุบชีวิตให้ขึ้นมาโลดแล่นอีกครั้งหลังจากที่นอนหลับอยู่นานแสนนาน
read more...

 คุณบานเย็นมาแล้วจ้า...!!!
(Hits: 6949)

*** คุณบานเย็นมาแล้วจ้า....... ***

วันนี้มีโอกาสได้สัมภาษณ์สดพี่สองผู้เป็นเจ้าของน้องบานเย็น แลนด์ซีรี่สีสุดยอดคันนี้ เห็นภายนอกสวยๆ อย่างนี้ภายในยังมีดีหลายๆ อย่างให้พี่น้องได้ดู อยากรู้แล้วใช่ไหมว่าเนื้อในน้องเป็นอย่างไร เชิญพี่ๆ เข้ามาดู...
read more...

 18 วันมันส์มาราธอนไทย-ลาว-จีน-ธิเบต ภาค 2
(Hits: 9335)

ช่วงนี้ก็เป็นช่วงของวันที่ 8 ของการเดินทาง พวกเราขับรถมาถึงลานหิมะก็เลยแวะถ่ายรูปประวัติศาสตร์แห่งการเดินทาง หนาวๆมากๆครับ
read more...

 เยียมชมสนามออฟโรด "นิยมไพร" สระบุรี
(Hits: 6334)

สำรวจสนาม "นิยมไพร" สระบุรี

วันนี้จะพาเยียมชมสนามออฟโร้ด "นิยมไพร" จ.สระบุรี ที่จะถูกใช้เป็นสังเวียนในการจัดงาน Land Rover Lover's Day 5th โดยสนามได้ถูกจัดเตรียมไว้เป็นโซนๆ ซึ่งสนามจะมีความพร้อมมากขนาดไหนสำหรับรองรับงานที่สุดยิ่งใหญ่ของชาวแลนด์ฯ นั้นท่านสามารถเข้าชมได้..เลย
read more...

Set us as your default homepage Bookmark us Privacy   @ 2008 www.landroverthailand.net All Rights Reserved. Design by: FWG SkyPortal.net Go To Top Of Page

Page load time - 0.078